
หาดคลองโขง อยู่ในหมู่เกาะลันตา มีความยาวของหาดประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีต้นเตยทะเลและต้นสนทะเลขึ้นเรียงรายเรียบไปกับความยาวของหาดเป็นช่วง ๆ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในยามน้ำทะเลลด คือ สามารถมองเห็นโขดหินเรียงรายภายใต้ดวงตะวันสีส้มในยามพระอาทิตย์ตก
ที่สำคัญ ตามโขดหินเหล่านี้ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ และสัตว์น้ำที่ต้องการพื้นที่ในการฟูมฟักจากไข่อ่อนให้แข็งแรงพอที่จะออกไปเผชิญกับโลกกว้างเบื้องหน้า เราจึงสามารถเห็นลูกปลาตัวเล็ก ๆ ตามโขดหินนี้มากมาย และถ้าโชคดี เรายังสามารถจะได้เห็นวิธีการหากุ้งหรือกั้งจากโขดหิน เมื่อน้ำทะเลลดของชาวบ้านและชาวเลในเกาะลันตาที่ไม่เหมือนใคร เพื่อนำไปประกอบอาหารค่ำในคืนนั้น

โรงแรมที่พักที่หาดคลองโขง มีหลากหลายราคา และมีแนวที่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ทขนาดเล็กและกลางที่ดำเนินกิจการกันเองในครอบครัว บางรีสอร์ทมีที่พักเพียงไม่กี่หลัง แต่มีสระว่ายน้ำและจากุชชี่ขนาดใหญ่ ให้บริการแขกที่มาพัก ยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

ในหาดคลองโขงนี้ เราสามารถหาที่นั่งตามบาร์เบียร์เท่ ๆ เปิดเพลงเพราะ ๆ ที่เราอาจจะไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่สามารถหาฟังได้จากที่นี่
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- สารสนเทศภูมิศาสตร์แหล่งท่องเที่ยว สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว
- lantainfo.se

หาดคลองดาว ตั้งอยู่ในเกาะลันตา มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ลักษณะของหาดคลองดาว จะมีชายหาดเนียนขาวและปลอดภัย เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
หาดคลองดาวเป็นหาดแรกถัดจากบ้านศาลาด่าน โดยด่านเหนือสุดของหาดจะมีอ่าว หรือหาดคอกวาง ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งของคอคอดที่ยื่นออกมาสู่ทะเล โรงแรมและที่พักที่อยู่ระหว่างหาดคอกวางและหาดคลองดาว ส่วนใหญ่จะหันหน้าโรงแรมสู่หาดคลองดาวทั้งหมด เพราะหาดคอกวางจะมีลักษณะเป็นหาดทรายบนโคลน คอคอดที่ยื่นออกไปทะเลนั่น ก็มีลักษณะแคบ ฉะนั้น โรงแรมที่ตั้งอยู่บนคอคอดนี้ จะได้เห็นทะเลทั้งจาก 2 ฝั่ง คือ จากฝั่งหาดคลองดาว และจากฝั่งหาดคอกวาง ซึ่งได้บรรยากาศที่สวยงามไปอีกแบบ
โดยที่หาดคลองดาวนี้ เป็นหาดแรก ๆ ที่มีการสร้างโรงแรมขึ้น ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ณ ปัจจุบันนี้ หาดคลองดาวเป็นหาดที่มีโรงแรมมากที่สุด และส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมแบบครอบครัว เพราะมีความสะดวกสบาย และใกล้แหล่งชุมชนอย่างบ้านศาลาด่าน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สารสนเทศภูมิศาสตร์แหล่งท่องเที่ยว สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก lantainfo.com

อ่าวบากันเตียง ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ทางตอนใต้ของเกาะลันเตา ลักษณะเป็นหาดทรายรูปโค้งระหว่างเนินเขา 2 ลูก มีความยาวประมาณ 800 เมตร ลักษณะเด่นของ อ่าวบากันเตียง คือ มีน้ำทะเลสีครามสดใส บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนได้อย่างดี
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
สารสนเทศภูมิศาสตร์แหล่งท่องเที่ยว สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว

ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำเสือในตำบลกระบี่น้อย ห่างจากตัวเมืองกระบี่ไปตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) แล้วแยกซ้ายเข้าถนนราษฎรพัฒนา (ทางหลวงหมายเลข 4037) ไปประมาณ 9 กิโลเมตร
เหตุที่ได้ชื่อว่า “ถ้ำเสือ” เพราะบริเวณถ้ำด้านหน้าของทิวเขาอ่าวลูกธนู หรือที่เรียกว่า “เขาแก้ว” เคยมีเสือโคร่งขนาดใหญ่อาศัยอยู่ และภายในถ้ำยังปรากฎหินธรรมชาติเป็นรูปอุ้งเท้าเสือ
สภาพโดยทั่วไปของ “ถ้ำเสือเขาแก้ว” มีลักษณะเป็นสวนป่า แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปีในหุบเขาคีรีวงศ์ และเนื่องจากมีเขาล้อมอยู่ทุกด้าน จึงมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่มากมาย เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ เป็นต้น บริเวณนี้นอกจากเป็นที่ตั้งของวัด ยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญถึงสองสมัยคือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ มีการขุดพบเครื่องมือหิน เศษภาชนะดินเผา พระพิมพ์ดิบ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเส้นทางเดินป่า และเส้นทางขึ้นจุดชมวิวบนยอดเขา ไปตามบันไดสูง 1,272 ขั้นด้วย
ที่ตั้ง วัดถ้ำเสือ ต.ตำบลกระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ 81000
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สารสนเทศภูมิศาสตร์แหล่งท่องเที่ยว สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว

ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพีพีเล เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาค ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่เก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้
ภายในถ้ำกว้างขวาง สูงประมาณ 80 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ จะพบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้าง และรูปเรือชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่ให้สัมปทานการเก็บรังนก ตามปกติไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายใน เพราะเกรงจะเป็นการรบกวนนกนางแอ่นในการทำรัง แต่เมื่อมีภาพเขียนสี จึงเปิดให้ชมบางครั้ง ในบางโอกาส
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถชมได้เฉพาะบริเวณหน้าปากถ้ำ เนื่องจากผู้ที่ดูแลถ้ำกลัวว่า จะเป็นการรบกวนนกนางแอ่นในการทำรัง จึงเปิดให้ชมในบางโอกาสเท่านั้น
การเดินทาง
ติดต่อเรือโดยสารนำเที่ยว ที่ตัวเมือง จังหวัดกระบี่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- krabiinformation.com
- geocities.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก krabiinformation.com

คอนางนอน อยู่ใน อ.เมือง จ.กระบี่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา สามารถเดินเท้าต่อจากน้ำตกบางสร้านไปได้อีกประมาณ 4 กิโลเมตร
ที่คอนางนอนนี้ จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอเขาพนมได้ และมีบรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อน เพราะสามารถสัมผัสเมฆและสายหมอกได้ รวมทั้งมีลำน้ำขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเหมาะแก่การเดินป่าระยะไกล ตั้งค่ายพักแรม ชมทัศนียภาพ เดินศึกษาธรรมชาติ และถ่ายภาพธรรมชาติ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
ezytrip.com

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อำเภอเมือง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในมีถ้ำเล็กๆ ซ่อนอยู่ทั้งหมด 5 ถ้ำ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยสวยงาม

ถ้ำแรกคือ “ถ้ำสุสานนก” จะพบเห็นซากนกมากมายกระจัดกระจายตามพื้นถ้ำ หากเดินต่อไปผ่านลำน้ำภายในถ้ำที่สูงประมาณ 1 เมตร ลัดเลาะไปตามช่องต่างๆ จะมาพบ “ถ้ำน้ำ” ซึ่งมีระดับความสูงของน้ำประมาณเอว สามารถเดินเลี่ยงตามทางด้านบนได้ จากนั้นจะเดินมาทะลุ “ถ้ำนาง” ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามเป็นรูปร่างต่างๆ ทั้ง ดอกเห็ด เจดีย์ ฯลฯ ผนังถ้ำมีสีขาว เป็นประกายระยิบระยับ เมื่อใกล้ถึงทางออกของถ้ำจะพบหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัวขนาดใหญ่อยู่บนผนังถ้ำ ถ้ำแห่งนี้จึงมีชื่อว่า “ถ้ำบัว”
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- ezytrip.com
- andamanparadise.net

หมู่เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเล๊ะ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ประกอบด้วยเกาะเล็ก เกาะน้อย จำนวน 12 เกาะ เช่น เกาะหลากา หรือเกาะซากา เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น โดยมีเกาะห้อง หรือเกาะเหลาปิเละ เป็นเกาะทางตอนใต้ที่ใหญ่ที่สุด
ลักษณะทั่วไปเป็นเขาหินปูนโอบล้อมทะเลในเป็นเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม ด้านในเป็นหาดทรายและป่าชายเลนโอบล้อมด้วยเขาหินปูน ลักษณะคล้ายเป็นห้อง จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะห้อง
เกาะห้องเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีน้ำทะเลสีคราม และมีเวิ้งหาดทรายขาวละเอียด หาดด้านหน้าเป็นที่จอดเรือ ไม่นิยมลงเล่นน้ำ ส่วนอีกด้านเหมาะแก่การดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาที่ความลึกประมาณ 10-30 ฟุต
ที่หมู่เกาะห้องนี้ นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัคได้ โดยเริ่มจากเกาะห้องด้านนอกที่มีชายหาดขาวนวลสวยงาม พายเลาะเกาะไปรอบๆ จนถึงส่วนกลางเขา จะกลวงเป็นห้องวงกลมเหมาะอย่างยิ่งกับการพายเรือคายัค มีทางเข้าเป็นเหมือนประตูแคบๆ พอเข้าไปแล้วเป็นห้องขนาดใหญ่ น้ำนิ่งมาก เรียกบริเวณนี้ว่าเกาะห้องด้านใน นอกจากนี้ยังสามารถตกปลา และเดินป่าไปสู่จุดชมวิวที่สวยงามได้อีกด้วย

สถานที่สำคัญของหมู่เกาะห้อง
อ่าวบิเละ
เป็นหาดทรายขาวละเอียด แนวหาดโค้งแบ่งเป็นสองช่วง คล้ายปีกนกคั่นด้วยก้อนหินใหญ่ น้ำทะเลใสจนมองเห็นปะการังน้ำตื้น เหมาะสำหรับเล่นน้ำชมปะการัง
อ่าวห้อง
อีกด่านหนึ่งของเกาะห้อง มีลักษณะเป็นสระธรรมชาติ ล้อมด้วยเขาหินสูงชันเกือบรอบด้าน ช่วงน้ำขึ้นสามารถนำเรือเข้าไปชมความงามของธรรมชาติด้านในได้ น้ำใสสะอาดสามารถลงเล่นน้ำได้
สิ่งอำนวยความสะดวก
บนเกาะห้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ห้องสุขา และลานกางเต็นท์ แต่หากต้องการค้างคืนควรขออนุญาตจากอุทยานจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีก่อน
การเดินทาง
1.ติดต่อเช่าเรือเร็วได้ที่อ่าวนาง แต่วิธีที่สะดวกกว่าคือใช้บริการแพ็กเก็จทัวร์ประเภทครึ่งวันหรือเต็มวัน ซึ่งจะพาชมธรรมชาติ พายเรือคายัค พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดการเดินทาง
2.ไปตามทางหลวงหมายเลข 4039 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 24 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามถนนบ้านทุ่งอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงท่าเทียบเรือท่าเลน นั่งเรือต่อไปประมาณ 45 นาที ถึงเกาะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- oceansmile.com
- tourkrabi.com

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามอยู่ที่หมู่บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ ลักษณะเป็นป่าที่ราบต่ำมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ สระมรกต เป็นน้ำพุร้อนลักษณะเป็นสระน้ำร้อน 3 สระ น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้มมีพรรณไม้ที่น่าสนใจ รวมทั้งนกที่หาดูได้ยากเช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล และนกเงือกดำ เป็นต้น
นอกจากนี้ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ คือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ทีนา โจลิฟฟ์ ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มอนุรักษ์ป่าเขาประ-บางครามแห่งนี้ไว้ ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร เป็นป่าราบต่ำอยู่ติดกับหมู่บ้านบางเตียว ตลอดเส้นทางจะมีป้ายอธิบาย และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในป่า เพื่อให้นักเดินทางได้ศึกษาหาความรู้
จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้อยู่ก่อนถึงสระมรกตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ประมาณ 800 เมตร จากนั้นจะเดินผ่านผืนป่าเล็กๆ ซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำที่เหลืออยู่ไม่มากทางภาคใต้ของประเทศไทย เส้นทางนี้จะแสดงลักษณะของป่าดิบชื้นที่ราบต่ำอย่างแท้จริง และยังเป็นที่อยู่ของนกแต้วแร้วท้องดำ นกป่าสีสันสวยงามที่กระโดดหากินอยู่ตามพื้นดิน ทำให้มีการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามขึ้น

นอกจากนั้นในป่าแห่งนี้ยังพบนกชนิดอื่น ๆ อีกมากกว่า 300 ชนิด นับเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เคยบันทึกไว้ตามเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีมากกว่า 100 ชนิดที่เคยพบตามทางเดินศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ อาทิ นกเขาเปล้า นกโพระดก นกเขียวคราม นกปรอด นกกินปลี นกปลีกล้วย และกระรอกพันธุ์ต่าง ๆ เป็นต้น
นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ โดยต้องนำเต็นท์มาเอง และยังมีบ้านพักไว้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หมู่ 2 บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 81120
การเดินทาง
ทางรถโดยสาร
เริ่มต้นจากกรุงเทพ โดยรถยนต์โดยสาร (บ.ข.ส.) หรือรถทัวร์ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งลิกไนท์ทัวร์ ถึงตัวจังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 800 กม. โดยสารรถยนต์โดยสารประจำทางไปลงที่ตัวอำเภอคลองท่อม ระยะทางประมาณ 40 กม. โดยรถจักรยานยนต์ รับจ้าง ถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระยะทาง 18 กม. รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 858 กม.
ทางรถไฟ
เริ่มจากกรุงเทพ โดยขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ลงที่สถานีห้วยยอดระยะทาง 800 กม. โดยสารรถประจำทางสายตรัง-ภูเก็ต หรือตรัง-กระบี่ ถึงคลองท่อม ระยะทาง 70 กม. โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระยะทาง 18 กม. รวมระยะทางทั้งหมด 888 กม. โดยประมาณ
รถส่วนบุคคล
สามารถที่จะขับรถจากกรุงเทพ ไปตามถนนสายเพชรเกษม ถึงจังหวัดกระบี่ ประมาณ 800 กม. แล้วขับไปอีก 41 กม. ถึงอำเภอคลองท่อม จากนั้นขับรถต่อไปอีกตามถนนลูกรัง ระยะทางประมาณ 18 กม. ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ซึ่งระหว่างทางมีทางแยกต่าง ๆ ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดทำป้ายบอกไว้ทุกทางแยก สะดวกในการเดินทาง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- muangthai.com

หมู่บ้านนาตีน อยู่ในเขตตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพทำสวนยางและทำประมงเป็นอาชีพเสริม แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่นาทำกินของชาวบ้านคลองแห้ง ในสมัยที่การคมนาคมยังไม่สะดวกเช่นทุกวันนี้ ชาวบ้านต้องเดินเท้ามาช่วยกันทำนาเป็นประจำทุกวัน ต่อมาเมื่อมีการตั้งชุมชนขึ้นเมื่อราว 80 ปีก่อน พื้นที่แถบนี้จึงถูกเรียกขานกันว่า” บ้านนาตีน ” ซึ่งหมายถึงนาทางด้านทิศใต้ ( หรือทิศทางปลายเท้า )
ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2531 กลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านนาตีน ได้ร่วมแรงกันทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวเพื่อเป็นการหารายได้เสริม ซึ่งภายหลังได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทางการเป็นอย่างดี จนกระทั่งกลุ่มผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวบ้านนาตีน เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในฐานะแหล่งผลิตงานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวที่สวยงามได้ อย่างหลากหลายรูปแบบ
ในปัจจุบันชาวบ้านนาตีนได้เพิ่มศักยภาพในการผลิตได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำผ้าบาติก ผลิตกระดาษใยสับปะรดเพื่อแปรรูปทำของที่ระลึกรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการทำเรือหัวโทงจำลองอีกผลงานระดับห้าดาว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย

ที่พัก
ในหมู่บ้านมีบริการที่พักโฮมสเตย์ สามารถติดต่อและจองที่พักได้ที่อาคารศูนย์กลางชุมชนบ้านนาตีน หรือติดต่อคุณบัญชา แขวงหลี โทร : 01-9688532
การเดินทาง
การเดินทางจากจังหวัดกระบี่ไปบ้านนาตีน ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4202 ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ก่อนถึงหาดนพรัตน์ธารา ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาทางลัดสู่คลองม่วงไปราว 1 กิโลเมตรจะถึงศูนย์ฯ ซึ่งอยู่ทางขวามือ
หากเดินทางจากอ่าวนาง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4203 ถึงหาดนพรัตน์ธาราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4202 แล้วเลี้ยวซ้ายแยกทางลัดคลองม่วงเส้นทางเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- muangthai.com