
ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะพีพีเล เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาค ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่เก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้
ภายในถ้ำกว้างขวาง สูงประมาณ 80 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ จะพบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้าง และรูปเรือชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่ให้สัมปทานการเก็บรังนก ตามปกติไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายใน เพราะเกรงจะเป็นการรบกวนนกนางแอ่นในการทำรัง แต่เมื่อมีภาพเขียนสี จึงเปิดให้ชมบางครั้ง ในบางโอกาส
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถชมได้เฉพาะบริเวณหน้าปากถ้ำ เนื่องจากผู้ที่ดูแลถ้ำกลัวว่า จะเป็นการรบกวนนกนางแอ่นในการทำรัง จึงเปิดให้ชมในบางโอกาสเท่านั้น
การเดินทาง
ติดต่อเรือโดยสารนำเที่ยว ที่ตัวเมือง จังหวัดกระบี่
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- krabiinformation.com
- geocities.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก krabiinformation.com

คอนางนอน อยู่ใน อ.เมือง จ.กระบี่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา สามารถเดินเท้าต่อจากน้ำตกบางสร้านไปได้อีกประมาณ 4 กิโลเมตร
ที่คอนางนอนนี้ จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอเขาพนมได้ และมีบรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อน เพราะสามารถสัมผัสเมฆและสายหมอกได้ รวมทั้งมีลำน้ำขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเหมาะแก่การเดินป่าระยะไกล ตั้งค่ายพักแรม ชมทัศนียภาพ เดินศึกษาธรรมชาติ และถ่ายภาพธรรมชาติ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
ezytrip.com

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อำเภอเมือง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในมีถ้ำเล็กๆ ซ่อนอยู่ทั้งหมด 5 ถ้ำ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยสวยงาม

ถ้ำแรกคือ “ถ้ำสุสานนก” จะพบเห็นซากนกมากมายกระจัดกระจายตามพื้นถ้ำ หากเดินต่อไปผ่านลำน้ำภายในถ้ำที่สูงประมาณ 1 เมตร ลัดเลาะไปตามช่องต่างๆ จะมาพบ “ถ้ำน้ำ” ซึ่งมีระดับความสูงของน้ำประมาณเอว สามารถเดินเลี่ยงตามทางด้านบนได้ จากนั้นจะเดินมาทะลุ “ถ้ำนาง” ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามเป็นรูปร่างต่างๆ ทั้ง ดอกเห็ด เจดีย์ ฯลฯ ผนังถ้ำมีสีขาว เป็นประกายระยิบระยับ เมื่อใกล้ถึงทางออกของถ้ำจะพบหินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายดอกบัวขนาดใหญ่อยู่บนผนังถ้ำ ถ้ำแห่งนี้จึงมีชื่อว่า “ถ้ำบัว”
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- ezytrip.com
- andamanparadise.net

หมู่เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเล๊ะ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ประกอบด้วยเกาะเล็ก เกาะน้อย จำนวน 12 เกาะ เช่น เกาะหลากา หรือเกาะซากา เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น โดยมีเกาะห้อง หรือเกาะเหลาปิเละ เป็นเกาะทางตอนใต้ที่ใหญ่ที่สุด
ลักษณะทั่วไปเป็นเขาหินปูนโอบล้อมทะเลในเป็นเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม ด้านในเป็นหาดทรายและป่าชายเลนโอบล้อมด้วยเขาหินปูน ลักษณะคล้ายเป็นห้อง จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะห้อง
เกาะห้องเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีน้ำทะเลสีคราม และมีเวิ้งหาดทรายขาวละเอียด หาดด้านหน้าเป็นที่จอดเรือ ไม่นิยมลงเล่นน้ำ ส่วนอีกด้านเหมาะแก่การดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาที่ความลึกประมาณ 10-30 ฟุต
ที่หมู่เกาะห้องนี้ นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัคได้ โดยเริ่มจากเกาะห้องด้านนอกที่มีชายหาดขาวนวลสวยงาม พายเลาะเกาะไปรอบๆ จนถึงส่วนกลางเขา จะกลวงเป็นห้องวงกลมเหมาะอย่างยิ่งกับการพายเรือคายัค มีทางเข้าเป็นเหมือนประตูแคบๆ พอเข้าไปแล้วเป็นห้องขนาดใหญ่ น้ำนิ่งมาก เรียกบริเวณนี้ว่าเกาะห้องด้านใน นอกจากนี้ยังสามารถตกปลา และเดินป่าไปสู่จุดชมวิวที่สวยงามได้อีกด้วย

สถานที่สำคัญของหมู่เกาะห้อง
อ่าวบิเละ
เป็นหาดทรายขาวละเอียด แนวหาดโค้งแบ่งเป็นสองช่วง คล้ายปีกนกคั่นด้วยก้อนหินใหญ่ น้ำทะเลใสจนมองเห็นปะการังน้ำตื้น เหมาะสำหรับเล่นน้ำชมปะการัง
อ่าวห้อง
อีกด่านหนึ่งของเกาะห้อง มีลักษณะเป็นสระธรรมชาติ ล้อมด้วยเขาหินสูงชันเกือบรอบด้าน ช่วงน้ำขึ้นสามารถนำเรือเข้าไปชมความงามของธรรมชาติด้านในได้ น้ำใสสะอาดสามารถลงเล่นน้ำได้
สิ่งอำนวยความสะดวก
บนเกาะห้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ห้องสุขา และลานกางเต็นท์ แต่หากต้องการค้างคืนควรขออนุญาตจากอุทยานจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีก่อน
การเดินทาง
1.ติดต่อเช่าเรือเร็วได้ที่อ่าวนาง แต่วิธีที่สะดวกกว่าคือใช้บริการแพ็กเก็จทัวร์ประเภทครึ่งวันหรือเต็มวัน ซึ่งจะพาชมธรรมชาติ พายเรือคายัค พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดการเดินทาง
2.ไปตามทางหลวงหมายเลข 4039 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 24 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามถนนบ้านทุ่งอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงท่าเทียบเรือท่าเลน นั่งเรือต่อไปประมาณ 45 นาที ถึงเกาะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- oceansmile.com
- tourkrabi.com

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามอยู่ที่หมู่บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ ลักษณะเป็นป่าที่ราบต่ำมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ สระมรกต เป็นน้ำพุร้อนลักษณะเป็นสระน้ำร้อน 3 สระ น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้มมีพรรณไม้ที่น่าสนใจ รวมทั้งนกที่หาดูได้ยากเช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล และนกเงือกดำ เป็นต้น
นอกจากนี้ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ คือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ทีนา โจลิฟฟ์ ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มอนุรักษ์ป่าเขาประ-บางครามแห่งนี้ไว้ ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร เป็นป่าราบต่ำอยู่ติดกับหมู่บ้านบางเตียว ตลอดเส้นทางจะมีป้ายอธิบาย และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในป่า เพื่อให้นักเดินทางได้ศึกษาหาความรู้
จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้อยู่ก่อนถึงสระมรกตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ประมาณ 800 เมตร จากนั้นจะเดินผ่านผืนป่าเล็กๆ ซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำที่เหลืออยู่ไม่มากทางภาคใต้ของประเทศไทย เส้นทางนี้จะแสดงลักษณะของป่าดิบชื้นที่ราบต่ำอย่างแท้จริง และยังเป็นที่อยู่ของนกแต้วแร้วท้องดำ นกป่าสีสันสวยงามที่กระโดดหากินอยู่ตามพื้นดิน ทำให้มีการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามขึ้น

นอกจากนั้นในป่าแห่งนี้ยังพบนกชนิดอื่น ๆ อีกมากกว่า 300 ชนิด นับเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เคยบันทึกไว้ตามเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีมากกว่า 100 ชนิดที่เคยพบตามทางเดินศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ อาทิ นกเขาเปล้า นกโพระดก นกเขียวคราม นกปรอด นกกินปลี นกปลีกล้วย และกระรอกพันธุ์ต่าง ๆ เป็นต้น
นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ โดยต้องนำเต็นท์มาเอง และยังมีบ้านพักไว้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หมู่ 2 บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 81120
การเดินทาง
ทางรถโดยสาร
เริ่มต้นจากกรุงเทพ โดยรถยนต์โดยสาร (บ.ข.ส.) หรือรถทัวร์ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งลิกไนท์ทัวร์ ถึงตัวจังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 800 กม. โดยสารรถยนต์โดยสารประจำทางไปลงที่ตัวอำเภอคลองท่อม ระยะทางประมาณ 40 กม. โดยรถจักรยานยนต์ รับจ้าง ถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระยะทาง 18 กม. รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 858 กม.
ทางรถไฟ
เริ่มจากกรุงเทพ โดยขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ลงที่สถานีห้วยยอดระยะทาง 800 กม. โดยสารรถประจำทางสายตรัง-ภูเก็ต หรือตรัง-กระบี่ ถึงคลองท่อม ระยะทาง 70 กม. โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระยะทาง 18 กม. รวมระยะทางทั้งหมด 888 กม. โดยประมาณ
รถส่วนบุคคล
สามารถที่จะขับรถจากกรุงเทพ ไปตามถนนสายเพชรเกษม ถึงจังหวัดกระบี่ ประมาณ 800 กม. แล้วขับไปอีก 41 กม. ถึงอำเภอคลองท่อม จากนั้นขับรถต่อไปอีกตามถนนลูกรัง ระยะทางประมาณ 18 กม. ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ซึ่งระหว่างทางมีทางแยกต่าง ๆ ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดทำป้ายบอกไว้ทุกทางแยก สะดวกในการเดินทาง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- muangthai.com

หมู่บ้านนาตีน อยู่ในเขตตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพทำสวนยางและทำประมงเป็นอาชีพเสริม แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่นาทำกินของชาวบ้านคลองแห้ง ในสมัยที่การคมนาคมยังไม่สะดวกเช่นทุกวันนี้ ชาวบ้านต้องเดินเท้ามาช่วยกันทำนาเป็นประจำทุกวัน ต่อมาเมื่อมีการตั้งชุมชนขึ้นเมื่อราว 80 ปีก่อน พื้นที่แถบนี้จึงถูกเรียกขานกันว่า” บ้านนาตีน ” ซึ่งหมายถึงนาทางด้านทิศใต้ ( หรือทิศทางปลายเท้า )
ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2531 กลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านนาตีน ได้ร่วมแรงกันทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวเพื่อเป็นการหารายได้เสริม ซึ่งภายหลังได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทางการเป็นอย่างดี จนกระทั่งกลุ่มผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวบ้านนาตีน เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในฐานะแหล่งผลิตงานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวที่สวยงามได้ อย่างหลากหลายรูปแบบ
ในปัจจุบันชาวบ้านนาตีนได้เพิ่มศักยภาพในการผลิตได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำผ้าบาติก ผลิตกระดาษใยสับปะรดเพื่อแปรรูปทำของที่ระลึกรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการทำเรือหัวโทงจำลองอีกผลงานระดับห้าดาว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย

ที่พัก
ในหมู่บ้านมีบริการที่พักโฮมสเตย์ สามารถติดต่อและจองที่พักได้ที่อาคารศูนย์กลางชุมชนบ้านนาตีน หรือติดต่อคุณบัญชา แขวงหลี โทร : 01-9688532
การเดินทาง
การเดินทางจากจังหวัดกระบี่ไปบ้านนาตีน ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4202 ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ก่อนถึงหาดนพรัตน์ธารา ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาทางลัดสู่คลองม่วงไปราว 1 กิโลเมตรจะถึงศูนย์ฯ ซึ่งอยู่ทางขวามือ
หากเดินทางจากอ่าวนาง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4203 ถึงหาดนพรัตน์ธาราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4202 แล้วเลี้ยวซ้ายแยกทางลัดคลองม่วงเส้นทางเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- muangthai.com

อ่าวมาหยาเป็นอ่าวหนึ่งในเกาะพีพีเล ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดกระบี่ ประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นอ่าวขนาดเล็ก ลักษณะโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว เกือบเป็นวงกลม มีหน้าผาโอบล้อมจนกลายเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับทะเลภายนอก จัดเป็นอ่าวที่สวยงามที่สุดในหมู่เกาะพีพี เพราะมีน้ำทะเลสีเขียวสด ใสจนเห็นพื้นทราย มีชายหาดขาวละเอียดสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ เป็นที่นิยมของผู้ชื่นชอบการอาบแดด และเล่นน้ำทะเล ไม่ว่าจะชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ อีกทั้งสามารถดำน้ำตื้นเพื่อดูปะการังที่สวยงามได้อีกด้วย
นอกจากนี้อ่าวมาหยา ยังเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก เมื่อครั้งที่ภาพยนตร์เรื่อง “เดอะบีช” ยกกองเข้ามาถ่ายทำ จึงเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้มาเยือนทะเลกระบี่

วันเวลาที่แนะนำ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เหมาะแก่การเดินทางมาท่องเที่ยวคือ ช่วงเดือนธีนวาคมถึงเดือนเมษายน
การเดินทาง
จากกระบี่สามารถมายังเกาะพีพีเล และอ่าวมาหยาได้โดยลงเช่าเหมาเรือเร็วจากอ่าวนาง หรือจากท่าเรือเจ้าฟ้า ในตัวเมืองกระบี่ หรือติดต่อบริษัททัวร์หลายแห่งในตัวเมือง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- tourkrabi.com
- thaigoodview.com
- banpa.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
- banpa.com

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และเป็นหาดทรายอีกช่วงหนึ่งของเกาะรอกนอก อยู่ระหว่างเขาสูงสองลูก จะมีร่องน้ำที่เวลาน้ำทะเลขึ้นจะไหลเข้าสู่ร่องน้ำนี้ ทำให้เกิดเป็นสภาพป่าชายเลน ลักษณะชายหาดค่อนข้างยาว และเป็นหาดน้ำตื้นเหมาะสำหรับการเล่นน้ำและดำน้ำดูปะการัง
อ่าวม่านไทรจะมีพื้นที่กว้างกว่าบริเวณอื่น โดยบางช่วงของพื้นที่จะเป็นป่าที่ผสมกันอยู่ระหว่างป่าชายเลน ป่าชายหาดและป่าดิบแล้ง สามารถพบต้นหูกวางที่มีขนาดเส้นรอบวงถึง 6.80 เมตร (ขนาด 4 คนโอบ) หรือหากเดินลึกเข้าไปจากชายหาดจะพบต้นไทรขนาดใหญ่ที่ปล่อยรากย้อยลงมาประดุจม่าน ที่มีความกว้างจากช่องหนึ่งถึงอีกช่องหนึ่งประมาณ 5-6 เมตร

การเดินทาง
สามารถเดินทางไปเกาะรอกนอกได้โดยเช่าเรือ จากหาดปากเม็ง จังหวัดตรัง หรือจากเกาะลันตาใหญ่ และต่อเรือเพื่อเดินทางไปยังอ่าวม่านไทร
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
สำนักอุทยานแห่งชาติ
lantamermaid.com
น้ำตกบางสร้าน อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ในอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีหลายชั้นสวยงาม และมีน้ำไหลตลอดปี สามารถลงเล่นน้ำได้ เพราะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับเป็นที่ศึกษาธรรมชาติ พักผ่อน และถ่ายภาพ
อัตราค่าเข้าอุทยานฯ
ชาวไทย คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
การเดินทาง
เดินทางจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4037 ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พจ. 3 (บางสร้าน) แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมอุทยานแห่งชาติ
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thaiforestbooking.com

ทะเลแหวก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ และถือว่าเป็นไฮไลท์ทีเดียว เพราะ ททท.ได้โปรโมตให้เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand
ทะเลแหวกเกิดขึ้นเมื่อน้ำทะเลลดระดับลงอย่างรวดเร็ว จนแหวกออกให้เห็นเป็นหาดทรายขาวสะอาดตาเชื่อมระหว่างเกาะสามเกาะ คือ เกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ เดิมชาวบ้านจะเรียกว่า “หาดสามเส้า” นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินข้ามเกาะได้อย่างง่ายดายในช่วงน้ำลง ในอดีตนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือมาตกปลา กางเต็นท์นอนชมแสงจันทร์ได้ แต่ปัจจุบันไม่อนุญาตให้พักค้างแรมบนเกาะแล้ว
วันเวลาที่แนะนำ
ช่วงเวลาที่น้ำลงจนสามารถเห็นทะเลแหวกได้ คือช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ประมาณ 5 วัน และส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาในช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี
การเดินทาง
จากจังหวัดกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางหลวง หมายเลข 4202 ไปอ่าวพระนาง สามารถเช่าเรือเหมาลำไปเที่ยวตามหมู่เกาะต่าง ๆ ได้ทั้งทางเรือหางยาว และเรือเร็ว ราคาสามารถต่อรองกับคนเรือได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 4 โทร. 0-7621-1036, 0-7621-2213, 0-7621-7138
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- krabi.go.th
- krabiinformation.com
- tourkrabi.com