
หมู่เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเล๊ะ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ประกอบด้วยเกาะเล็ก เกาะน้อย จำนวน 12 เกาะ เช่น เกาะหลากา หรือเกาะซากา เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น โดยมีเกาะห้อง หรือเกาะเหลาปิเละ เป็นเกาะทางตอนใต้ที่ใหญ่ที่สุด
ลักษณะทั่วไปเป็นเขาหินปูนโอบล้อมทะเลในเป็นเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม ด้านในเป็นหาดทรายและป่าชายเลนโอบล้อมด้วยเขาหินปูน ลักษณะคล้ายเป็นห้อง จึงเป็นที่มาของชื่อเกาะห้อง
เกาะห้องเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เพราะมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีน้ำทะเลสีคราม และมีเวิ้งหาดทรายขาวละเอียด หาดด้านหน้าเป็นที่จอดเรือ ไม่นิยมลงเล่นน้ำ ส่วนอีกด้านเหมาะแก่การดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาที่ความลึกประมาณ 10-30 ฟุต
ที่หมู่เกาะห้องนี้ นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัคได้ โดยเริ่มจากเกาะห้องด้านนอกที่มีชายหาดขาวนวลสวยงาม พายเลาะเกาะไปรอบๆ จนถึงส่วนกลางเขา จะกลวงเป็นห้องวงกลมเหมาะอย่างยิ่งกับการพายเรือคายัค มีทางเข้าเป็นเหมือนประตูแคบๆ พอเข้าไปแล้วเป็นห้องขนาดใหญ่ น้ำนิ่งมาก เรียกบริเวณนี้ว่าเกาะห้องด้านใน นอกจากนี้ยังสามารถตกปลา และเดินป่าไปสู่จุดชมวิวที่สวยงามได้อีกด้วย

สถานที่สำคัญของหมู่เกาะห้อง
อ่าวบิเละ
เป็นหาดทรายขาวละเอียด แนวหาดโค้งแบ่งเป็นสองช่วง คล้ายปีกนกคั่นด้วยก้อนหินใหญ่ น้ำทะเลใสจนมองเห็นปะการังน้ำตื้น เหมาะสำหรับเล่นน้ำชมปะการัง
อ่าวห้อง
อีกด่านหนึ่งของเกาะห้อง มีลักษณะเป็นสระธรรมชาติ ล้อมด้วยเขาหินสูงชันเกือบรอบด้าน ช่วงน้ำขึ้นสามารถนำเรือเข้าไปชมความงามของธรรมชาติด้านในได้ น้ำใสสะอาดสามารถลงเล่นน้ำได้
สิ่งอำนวยความสะดวก
บนเกาะห้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ห้องสุขา และลานกางเต็นท์ แต่หากต้องการค้างคืนควรขออนุญาตจากอุทยานจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีก่อน
การเดินทาง
1.ติดต่อเช่าเรือเร็วได้ที่อ่าวนาง แต่วิธีที่สะดวกกว่าคือใช้บริการแพ็กเก็จทัวร์ประเภทครึ่งวันหรือเต็มวัน ซึ่งจะพาชมธรรมชาติ พายเรือคายัค พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดการเดินทาง
2.ไปตามทางหลวงหมายเลข 4039 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 24 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามถนนบ้านทุ่งอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงท่าเทียบเรือท่าเลน นั่งเรือต่อไปประมาณ 45 นาที ถึงเกาะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- oceansmile.com
- tourkrabi.com

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามอยู่ที่หมู่บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ ลักษณะเป็นป่าที่ราบต่ำมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ สระมรกต เป็นน้ำพุร้อนลักษณะเป็นสระน้ำร้อน 3 สระ น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้มมีพรรณไม้ที่น่าสนใจ รวมทั้งนกที่หาดูได้ยากเช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล และนกเงือกดำ เป็นต้น
นอกจากนี้ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ คือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติทีนา โจลิฟฟ์ (ทุ่งเตียว) ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ทีนา โจลิฟฟ์ ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มอนุรักษ์ป่าเขาประ-บางครามแห่งนี้ไว้ ซึ่งเส้นทางนี้มีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร เป็นป่าราบต่ำอยู่ติดกับหมู่บ้านบางเตียว ตลอดเส้นทางจะมีป้ายอธิบาย และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในป่า เพื่อให้นักเดินทางได้ศึกษาหาความรู้
จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้อยู่ก่อนถึงสระมรกตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ประมาณ 800 เมตร จากนั้นจะเดินผ่านผืนป่าเล็กๆ ซึ่งเป็นป่าที่ราบต่ำที่เหลืออยู่ไม่มากทางภาคใต้ของประเทศไทย เส้นทางนี้จะแสดงลักษณะของป่าดิบชื้นที่ราบต่ำอย่างแท้จริง และยังเป็นที่อยู่ของนกแต้วแร้วท้องดำ นกป่าสีสันสวยงามที่กระโดดหากินอยู่ตามพื้นดิน ทำให้มีการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามขึ้น

นอกจากนั้นในป่าแห่งนี้ยังพบนกชนิดอื่น ๆ อีกมากกว่า 300 ชนิด นับเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เคยบันทึกไว้ตามเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีมากกว่า 100 ชนิดที่เคยพบตามทางเดินศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ อาทิ นกเขาเปล้า นกโพระดก นกเขียวคราม นกปรอด นกกินปลี นกปลีกล้วย และกระรอกพันธุ์ต่าง ๆ เป็นต้น
นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ โดยต้องนำเต็นท์มาเอง และยังมีบ้านพักไว้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หมู่ 2 บ้านบางเตียว ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ 81120
การเดินทาง
ทางรถโดยสาร
เริ่มต้นจากกรุงเทพ โดยรถยนต์โดยสาร (บ.ข.ส.) หรือรถทัวร์ปรับอากาศ ของบริษัทขนส่งลิกไนท์ทัวร์ ถึงตัวจังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 800 กม. โดยสารรถยนต์โดยสารประจำทางไปลงที่ตัวอำเภอคลองท่อม ระยะทางประมาณ 40 กม. โดยรถจักรยานยนต์ รับจ้าง ถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระยะทาง 18 กม. รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 858 กม.
ทางรถไฟ
เริ่มจากกรุงเทพ โดยขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ลงที่สถานีห้วยยอดระยะทาง 800 กม. โดยสารรถประจำทางสายตรัง-ภูเก็ต หรือตรัง-กระบี่ ถึงคลองท่อม ระยะทาง 70 กม. โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ระยะทาง 18 กม. รวมระยะทางทั้งหมด 888 กม. โดยประมาณ
รถส่วนบุคคล
สามารถที่จะขับรถจากกรุงเทพ ไปตามถนนสายเพชรเกษม ถึงจังหวัดกระบี่ ประมาณ 800 กม. แล้วขับไปอีก 41 กม. ถึงอำเภอคลองท่อม จากนั้นขับรถต่อไปอีกตามถนนลูกรัง ระยะทางประมาณ 18 กม. ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ซึ่งระหว่างทางมีทางแยกต่าง ๆ ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดทำป้ายบอกไว้ทุกทางแยก สะดวกในการเดินทาง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- muangthai.com

หมู่บ้านนาตีน อยู่ในเขตตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพทำสวนยางและทำประมงเป็นอาชีพเสริม แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่นาทำกินของชาวบ้านคลองแห้ง ในสมัยที่การคมนาคมยังไม่สะดวกเช่นทุกวันนี้ ชาวบ้านต้องเดินเท้ามาช่วยกันทำนาเป็นประจำทุกวัน ต่อมาเมื่อมีการตั้งชุมชนขึ้นเมื่อราว 80 ปีก่อน พื้นที่แถบนี้จึงถูกเรียกขานกันว่า” บ้านนาตีน ” ซึ่งหมายถึงนาทางด้านทิศใต้ ( หรือทิศทางปลายเท้า )
ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2531 กลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านนาตีน ได้ร่วมแรงกันทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวเพื่อเป็นการหารายได้เสริม ซึ่งภายหลังได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทางการเป็นอย่างดี จนกระทั่งกลุ่มผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวบ้านนาตีน เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในฐานะแหล่งผลิตงานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวที่สวยงามได้ อย่างหลากหลายรูปแบบ
ในปัจจุบันชาวบ้านนาตีนได้เพิ่มศักยภาพในการผลิตได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำผ้าบาติก ผลิตกระดาษใยสับปะรดเพื่อแปรรูปทำของที่ระลึกรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการทำเรือหัวโทงจำลองอีกผลงานระดับห้าดาว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย

ที่พัก
ในหมู่บ้านมีบริการที่พักโฮมสเตย์ สามารถติดต่อและจองที่พักได้ที่อาคารศูนย์กลางชุมชนบ้านนาตีน หรือติดต่อคุณบัญชา แขวงหลี โทร : 01-9688532
การเดินทาง
การเดินทางจากจังหวัดกระบี่ไปบ้านนาตีน ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4202 ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ก่อนถึงหาดนพรัตน์ธารา ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาทางลัดสู่คลองม่วงไปราว 1 กิโลเมตรจะถึงศูนย์ฯ ซึ่งอยู่ทางขวามือ
หากเดินทางจากอ่าวนาง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4203 ถึงหาดนพรัตน์ธาราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4202 แล้วเลี้ยวซ้ายแยกทางลัดคลองม่วงเส้นทางเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- muangthai.com